‘รางวัลซีไรต์’ (S.E.A. Write Award) ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลทรงเกียรติที่นักเขียนหลาย ๆ คนใฝ่ฝัน ซึ่งคำว่าซีไรต์เป็นคำเรียกสั้น ๆ ย่อมาจากคำว่า South East Asian Writers Award หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน จะเป็นรางวัลวรรณกรรมที่มอบให้แก่นักเขียนหรือกวีที่มีผลงานในกลุ่มประเทศอาเซียน 10 ประเทศ

และในปี พ.ศ.2563 นี้ ก็ได้มีผลประกาศรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนออกมาอย่างเป็นทางการแล้วว่าวรรณกรรมที่ชนะการประกวดรวมเรื่องสั้นในครั้งนี้เป็นของ ‘จเด็จ กำจรเดช’ กับผลงาน คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ

จเด็จ กำจรเดช
จเด็จ กำจรเดช ภาพจาก : www.sarakadeelite.com/lite/that-night-of-the-year-of-tiger/

ซึ่งในปีนี้มีรวมเรื่องสั้นที่ส่งประกวดทั้งสิ้น 40 เล่ม การคัดเลือกจะถูกแบ่งออกเป็น 2 รอบ รวมเรื่องสั้นที่ผ่านรอบแรก จำนวน 13 เล่ม และเข้าสู่รอบ Shortist จำนวน 8 เล่ม ได้แก่

  • 24 ชั่วโมง โดยแพรพลอย วนัช สำนักพิมพ์นาคร
  • คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่นๆ โดย จเด็จ กำจรเดช สำนักพิมพ์ผจญภัย
  • ในโลกเล่า โดย วัฒน์ ยวงแก้ว สำนักพิมพ์ต้นโมกข์
  • แพรกหนามแดง โดย แดนอรัญ แสงทอง สำนักพิมพ์สามัญชน
  • รยางค์และเงื้อมเงา โดย วิภาส ศรีทอง สำนักพิมพ์สมมติ
  • ไร้สัญชาติและตัวละครอื่น ๆ โดย บัญชา อ่อนดี สำนักพิมพ์บ้านแม่น้ำ
  • ลิงหินและเรื่องสั้นอื่น ๆ โดย ภาณุ ตรัยเวช สำนักพิมพ์มติชน
  • อาถรรพ์ภาพวาดเสือดำ และเรื่องราวอื่น ๆ โดย กำพล นิรวรรณ สำนักพิมพ์ผจญภัย

และท้ายที่สุดคณะกรรมการดำเนินงานรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) และคณะกรรมการตัดสินก็ได้ประกาศให้ผลงานของจเด็จ กำจรเดช เป็นผู้ชนะในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าจเด็จ กำจรเดช ก็ได้กลายเป็นดับเบิลซีไรต์คนที่ 5 ของเมืองไทย โดยก่อนหน้านี้เขาเป็นที่รู้จักกันในผลงาน ‘แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ’ ที่ได้รับรางวัลซีไรต์ ไปเมื่อปี พ.ศ. 2554 และอีกหนึ่งผลงานอย่าง ‘มะละกาไม่มีทะเล’ ก็ยังเข้ารอบซีไรต์ในปี พ.ศ. 2557 อีกด้วย

คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ
คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ ภาพจาก : www.today.line.me/th/v2/article/BJz9Yj

ซึ่งผลงานวรรณกรรมเรื่องคืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ นั้น ถือว่าเป็นอีกผลงานที่พลิกแพลงขนบการเขียนเรื่องสั้นแบบเดิม ๆ ของไทย ทั้งในเรื่องการดำเนินเรื่อง การผูกโครงเรื่อง จำนวนตัวละคร รวมไปถึงขนาดความยาวยังออกไปในแนวเรื่องสั้นขนาดยาว นอกจากนี้แล้วยังได้มีการสร้างสัญญะโดยการใช้สัตว์ต่าง ๆ มาสื่อความหมาย บวกกับการเล่าเรื่องแบบนิยายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของนิทานพื้นบ้าน ตำนาน และไม่ใช้การใส่บทสนทนาแบบเรื่องสั้นอื่น ๆ แต่จะเป็นเขียนเรื่องสั้นที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกเหมือนกำลังฟังตำนานหรือเรื่องเล่าเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่

และแม้ว่าการดำเนินเรื่องจะออกไปในแนวของตำนาน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้วรรณกรรมเล่มนี้ดูเก่าเลยสักนิด เพราะผู้เขียนก็ได้นำบริบทของโลกยุคดิจิทัลมาใส่ลงในเนื้อเรื่อง ที่เล่าเกี่ยวกับมุมมองใหม่ ๆ ในการใช้ชีวิต ทั้งยังได้มีการเชื่อมโยงระหว่างเรื่องราวประวัติศาสตร์และปัจจุบันได้อย่างลงตัว เล่าเรื่องโลกภายในขนานไปกับโลกภายนอกเพื่อสื่อน้ำเสียงเสียดเย้ย ย้อนแยง และวิพากษ์สังคม

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งปวงนี้จึงทำให้วรรณกรรมเรื่อง คืนปีเสือและเรื่องเล่าของสัตว์อื่น ๆ ผลงานการสร้างสรรค์จาก จเด็จ กำจรเดช ได้กลายเป็นผู้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2563 นี้

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก : ประชาชาติธุรกิจ 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *