ก.ค.ศ.เคาะ! (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

สรุปประชุมประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

จากผลการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 3/2564 การประชุมการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในวันศุกร์ ที่ 19 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา โดยมีคุณหญิงกัลยา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษา ราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ที่ได้มีการพิจารณาเห็นชอบ (ร่าง) ประมวลจรยธรรมข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. …. ตามที่รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 76 วรรคสาม กำหนดให้หน่วยงานรัฐมีมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อใช้เป็นหลักในการกำหนดประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยงานนั้น ๆ

ก.ค.ศ.เคาะ! (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก.ค.ศ.เคาะ! (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

และพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 มาตรา 5 กำหนดหลักเกณฑ์การประพฤติปฏิบัติอย่างมีคุณธรรมของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อใช้เป็นหลักสำคัญในการจัดทำประมวลจริยธรรมของหน่วยงานของรัฐ และมาตรา 6 ให้องค์กรกลางบริหารงานบุคคลของหน่วยงานรัฐมีหน้าที่จัดทำประมวลจริยธรรมสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบ ก.ค.ศ. ในฐานะองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จึงได้จัดทำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ในการจัดทำเพื่อใช้เป็นหลักในการควบคุมความประพฤติของข้าราชการครู รวมไปถึงบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานทางจริยธรรมของกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้เป็นผู้มีคุณธรรม และยกระดับมาตฐานทางจริยธรรม

โดยได้มีการจัดทำ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมให้กับครูและบุคลกรทางการศึกษา ทั้งยังได้มีการเผยแพร่พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้รับบริการรวมไปถึงประชาชนผ่านช่องทางต่าง ๆ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการ (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สามารถสรุปสาระสำคัญในการประชุมได้ ดังนี้

ก.ค.ศ.เคาะ! (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ก.ค.ศ.เคาะ! (ร่าง) ประมวลจริยธรรมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

มาตรฐานทางจริยธรรม 9 ข้อ ได้แก่

  1. ยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ อันได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
  2. ซื่อสัตย์ สุจริต มีจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และต่อผู้เกี่ยวข้อง ในฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  3. กล้าคิด กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก และกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม
  4. มีจิตอาสา จิตสาธารณะ มุ่งประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง
  5. มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน มุ่งมั่นในการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยคำนึงถึงคุณภาพการศึกษาเป็นสำคัญ
  6. ปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ
  7. ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีและรักษาภาพลักษณ์ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  8. เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คำนึงถึงสิทธิเด็ก และยอมรับความแตกต่างของบุคคล
  9. ยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณของวิชาชีพ

โดยหลังจากนี้จะได้นำเสนอ ก.ม.จ. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้มีผลใช้บังคับกับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงพนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานทางการศึกษาโดยอนุโลมต่อไป

ข้อมูล : สำนักงานก.ค.ศ.

คุรุสภายืนยัน! ประกาศผลทดสอบวิชาชีพครู ก่อนเปิดสอบครูผู้ช่วยแน่นอน

นิสิต-นักศึกษา เตรียมตัวสอบครูผู้ช่วยได้!

จากกรณีที่สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย ได้มีการยื่นหนังสือขอให้คุรุสภาประสานสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ ให้เร่งประกาศผลทดสอบขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพให้เร็วขึ้น และประสานมหาวิทยาลัยต้นสังกัด ประกาศรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาให้ได้ก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2564 เพื่อให้ครูอัตราจ้างสามารถสมัครสอบคัดเลือกเพื่อเข้ารับการบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการครู รวมไปบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งผู้ช่วย สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่กำลังจะปิดรับสมัคร ในการนี้ทางคุรุสภาได้มีการประสานให้เรียบร้อย และยืนยันว่าสามารถตรวจสอบได้เร็วกว่ากำหนด

นอกจากนี้คุรุสภายังได้ประสานสถาบันผลิตครูในทุกระดับ ปีการศึกษา 2562 ให้ดำเนินการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูด้านการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนของนิสิตนักศึกษา เพื่อส่งผลการประเมินและรายงานผลต่อเลขาธิการคุรุสภา จากนั้นจะมีการนำผลการทดสอบเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในการประชุมครั้งที่ 4/2564 ในวันที่ 23 มี.ค. 2564

 คุรุสภายืนยัน! ประกาศผลทดสอบวิชาชีพครู ก่อนเปิดสอบครูผู้ช่วยแน่นอน
คุรุสภายืนยัน! ประกาศผลทดสอบวิชาชีพครู ก่อนเปิดสอบครูผู้ช่วยแน่นอน

การประชุมนี้ในครั้งนี้จะพิจารณารับรองผลการประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู รวมไปถึงพิจารณากรณีผู้มีสิทธิ์สอบที่ปฏิบัติตนฝ่าฝืนประกาศสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาในขั้นตอนต่าง ๆ ทางวิชาชีพครูว่าจะมีมาตรการลงโทษอย่างไรด้วย

ดังนั้น ขอให้ผู้เข้าสอบทุกคนไม่ต้องกังวลว่าจะสมัครสอบครูผู้ช่วยไม่ทัน เพราะทางคุรุสภาได้มีการเตรียมประกาศผลทดสอบฯ รวมไปถึงผลการประเมินได้เร็วกว่ากำหนด เพื่อไม่ให้ผู้ผ่านการทดสอบเสียโอกาสในการสอบครั้งต่อไป

ดร.ดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา ได้กล่าวว่า “สิ่งที่คุรุสภากังวลและขอให้ผู้เข้าสอบเข้าใจให้ตรงกันเรื่องการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ในส่วนของการสอบวิชาเอกผู้เข้าสอบจะต้องเลือกสอบให้ตรงกับวิชาที่ปฏิบัติการสอน เพราะหากไม่ตรงกันก็จะถือว่าการสอบในรายวิชาเอกนั้นเป็นโมฆะ และจะส่งผลให้ผู้เข้าสอบหมดสิทธิ์ที่จะขอรับใบอนุญาตฯ โดยผู้สอบจะต้องมาสอบวิชาเอกใหม่อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่รอผลการประกาศขอฝากให้นิสิตนักศึกษาที่เข้ารับการทดสอบฯ ได้เตรียมความพร้อมด้วยการสมัครสมาชิกผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (KSP Self-Service) ผ่านทางเว็บไซต์ของคุรุสภา www.ksp.or.th ที่สามารถยื่นคำขอออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ให้เสร็จภายในวันที่ 26 มีนาคม 2564 เพื่อให้สามารถใช้ได้ทันในการสมัครสอบสำหรับขั้นตอนการยื่นคำขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

 คุรุสภายืนยัน! ประกาศผลทดสอบวิชาชีพครู ก่อนเปิดสอบครูผู้ช่วยแน่นอน
คุรุสภายืนยัน! ประกาศผลทดสอบวิชาชีพครู ก่อนเปิดสอบครูผู้ช่วยแน่นอน

ส่วนกรณีสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรที่คุรุสภาให้การรับรอง มีดังนี้

  • ผู้สําเร็จการศึกษาฯ ให้ตรวจสอบรายชื่อ ผ่านทางมหาวิทยาลัย/สถาบันที่สำเร็จการศึกษา เพื่อขอรับเลขที่ส่งข้อมูลผู้สำเร็จการศึกษา
  • ผู้สําเร็จการศึกษาที่เข้าศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2562 จะต้องผ่านการทดสอบ 5 วิชา และประเมินสมรรถนะตามที่คุรุสภากําหนด จากนั้นให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตฯ ผ่านระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ด้วยตนเองทางเว็บไซต์ https://selfservice.ksp.or.th ให้เลือกหัวข้อ ขอขึ้นทะเบียนใบอนุญาตครู KSP Bundit

ทางคุรุสภาขอยืนยันอีกครั้งว่าผู้ที่ผ่านการทดสอบแล้ว จะไม่เสียสิทธิ์ในการสอบครูผู้ช่วยอีกแน่นอน อย่างไรก็ตามขอให้นิสิตนักศึกษาทุกคนติดตามข่าวสารจากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เพื่อรับข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกต้องและเป็นความจริง

ข้อมูล : เดลินิวส์

สารคามพิทยาคมจับมือมูลนิธิเอเชียฯ สร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็กยุคใหม่!

ร.ร.สารคามพิทยาคม ปิ๊งไอเดียห้องเรียนออนไลน์แบบต่อเนื่อง 

นายนิพนธ์ ยศดา ผอ.โรงเรียนสารคามพิทยาคม ได้กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากทางโรงเรียนจะต้องรับมือเกี่ยวกับการสอนออนไลน์ให้พร้อม ที่ถึงแม้ว่าแนวทางการเรียนออนไลน์ที่มีการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ จะเกิดขึ้นมาหลายทศวรรษ แต่กลับได้รับความสนใจแบบจริงจังในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้ทุกสถาบันการศึกษาต้องพึ่งพากันเรียนการสอนออนไลน์เพื่อความอยู่รอด

ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้ทางโรงเรียนสารคามพิทยาคม ได้ร่วมมือกันกับมูลนิธิเอเชียฯ-สถานทูตออสเตรเลีย ดำเนินการจัดทำเรื่องเรียนออนไลน์ให้กับเด็ก ๆ โดยผ่านสื่อกลางสำคัญอย่าง www.thailandlearning.org ที่เปรียบเสมือนกับคลังความรู้ขนาดใหญ่ มีเนื้อหา รวมไปถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ครบถ้วน

สารคามพิทยาคมจับมือมูลนิธิเอเชียฯ สร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็กยุคใหม่!
สารคามพิทยาคมจับมือมูลนิธิเอเชียฯ สร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็กยุคใหม่!

โดย www.thailandlearning.org สามารถใช้งานได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ซึ่งทางโรงเรียนเชื่อว่านี่จะกลายเป็นแนวทางสำคัญทางการศึกษาไปตลอดกาล เพราะไม่ว่าจะเป็นคลังความรู้ของในประเทศไทย หรือต่างประเทศ นักเรียนทุกคนก็สามารถเข้าไปเรียนรู้สื่อต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ

ด้านดร.รัตนา แซ่เล้า เจ้าหน้าที่โครงการ อาวุธโส ฝ่ายวิจัยและนโยบายของมูลนิธิเอเชียฯ กล่าวว่า มูลนิธิเอเชียฯและสถานทูตออสเตรเลีย ที่ได้ร่วมมือกันสร้างเว็บนี้ขึ้นมา ก็มีความต้องการให้นักเรียนไทยได้พัฒนาทักษะการเรียนต่าง ๆ แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 ผ่านทาง www.thailandlearning.org ที่ได้รวบรวมเนื้อหาครอบคลุมตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ

สารคามพิทยาคมจับมือมูลนิธิเอเชียฯ สร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็กยุคใหม่!
สารคามพิทยาคมจับมือมูลนิธิเอเชียฯ สร้างห้องเรียนออนไลน์สำหรับเด็กยุคใหม่!

นอกจากนี้ยังได้รวบรวมความรู้นอกห้องเรียนเอาไว้เพื่อใช้ต่อยอดในการเรียนรู้ โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สามารถเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้เพียงปลายนิ้วสัมผัสบนหน้าจอ โดยนำร่องภายใต้ชื่อโครงการ “สารคามพิทยาคมโมเดล” ที่ได้นักเรียนจากโรงเรียนสารคามพิทยาคมมาเป็นอาสาสมัคร ในการทำกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน เพื่อค้นคว้าความรู้ในหัวข้อที่สนใจ นอกจากนี้ยังเป็นการให้นักเรียนได้เปิดประสบการณ์ความรู้ใหม่ ๆ ที่นอกเหนือจากในห้องเรียน ใช้งานง่าย ไร้ข้อจำกัดด้านเวลา และสถานที่

สามารถจัดสรรเวลา เสริมสร้างความรู้ด้วยตนเองแม้ไม่ได้อยู่ในสถานศึกษา นอกจากนี้ยังมีความคิดเห็นจากนักเรียนว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนแนวทางการเรียนรู้ที่เปลี่ยนไป คือการช่วยเหลือทางด้านอุปกรณ์และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตที่ทั่วถึงและเพียงพอ

และตัวแทนนักเรียนที่ได้เข้าร่วมการทดสอบใช้ระบบยังได้กล่าวอีกว่า การเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ยกตัวอย่างเช่น การช่วยแม่ทำกับข้าวในครัว เมื่อเราต้องการทราบสรรพคุณของผักบางชนิด ก็สามารถทำการค้นหาได้ในเว็บไซต์ ซึ่งนั่นก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้แล้วเช่นกัน อีกทั้งองค์ความรู้ต่าง ๆ นอกตำราเรียนที่ได้รับยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อในอนาคตได้อีกด้วย

ข้อมูล : เดลินิวส์

คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา

หลักสูตรปริญญา 2 ใบ ช่วยลดความเสี่ยงโควิด-19 อย่างไร ?

คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี  (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้จับมือกับ มหาวิทยาลัยนอร์ธแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ หรือ The University of Northampton ให้มีการจัดโปรแกรมบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับนักศึกษาที่สนใจจะเรียนในมหาวิทยาลัยดังกล่าว แต่ไม่สามารถเดินทางไปเรียนได้ เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท โดยนักศึกษาสามารถเดินทางมาเรียนได้ที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่มีสิทธิ์เทียบเท่ากับการเรียน  ม.นอร์ธแธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ

คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา
คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา

โดย ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม ได้กล่าวถึงนโยบายดังกล่าวว่า “สำหรับหลักสูตรหรือปริญญาที่ได้รับจาก มธบ. คือ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาธุรกิจระหว่างประเทศ ส่วนปริญญาที่ได้รับมาจาก ม.นอร์ธแธมป์ตัน คือหลักสูตรบริหารธุรกิจ สาขาวิชาธุรกิจและการจัดการ (B.B.A Business and Management) อย่างไรก็ตามการจัดการเรียนการสอนดังกล่าวจะเริ่มมีการเปิดสอนที่ มธบ.จำนวนทั้งสิ้น 90 หน่วยกิต ที่จะจัดการเรียนการสอนภายใต้การดูแลของ ม.นอร์ธแธมตัน”

นอกจากนี้ ผศ.ดร.ศิริเดช ยังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19จะเกิดขึ้น แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลให้ระบบการศึกษาของประเทศไทยถอยหลังแต่อย่างใด โดยหลักสูตรปริญญา 2 ใบดังกล่าวถือเป็นหลักสูตรที่เหมาะมากสำหรับสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงในช่วงนี้ เนื่องจากเป็นการช่วยลดการเดินทาง ลดค่าใช้จ่าย ลดการแพร่เชื้อ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงทั้งหมดได้อีกด้วย

คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา
คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา

และถึงแม้ว่าผู้เรียนจะเรียนในประเทศไทยแต่รับรองได้ว่าคุณภาพทางการศึกษามีความเทียบเท่ากับการเดินทางไปเรียนที่ประเทศอังกฤษแน่นอน เพราะผู้กำหนดการเรียนการสอนเป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศอังกฤษ นอกจากนี้นักศึกษาที่มีการลงทะเบียนจะได้รับ Student ID ของทั้งสองมหาวิทยาลัย โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลของมหาวิทยาลัยนอร์ธแธมป์ตันได้เช่นกัน เนื่องจากนักศึกษาที่ผ่านการลงทะเบียนถือเป็นนักศึกษาของทั้งสองมหาวิทยาลัย และหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลงจากเดิม นักศึกษาสามารถเดินทางไปดูงานที่มหาวิทยาลัยในอังกฤษได้

อย่างไรก็ดี ม.นอร์ธแธมป์ตัน เป็นสมาชิกของ AACSB (Association to Advance Collegiate Schools of Business) หรือ สถาบันรับรองมาตรฐานการศึกษาทางด้านบริหารธุรกิจทั่วโลก ซึ่งเป็นองค์กรกลางในการรับรอง และประกันคุณภาพให้กับสถาบันการศึกษาด้านธุรกิจ ดังนั้น การเรียนในหลักสูตรจากความร่วมมือนี้จึงนับเป็นการการันตีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกเช่นกัน

คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา
คณบดี CIBA DPU จับมือ ม.นอร์ธแธมตัน เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจ 2 ปริญญา

คณบดี CIBA DPU กล่าวในตอนท้ายว่า หลักสูตรดังกล่าวสามารถตอบโจทย์การศึกษาในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่รู้ว่าจะจบลงเมื่อใด ดังนั้น มธบ.จึงกำหนดเปิดการเรียนการสอนในปี 2564 ทั้งหลักสูตรปริญญาตรีและปริญญาโท สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://ciba.dpu.ac.th/ หรือ โทร.02-954-7300

ข้อมูลจาก : RYT9

การศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่ของนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21 คืออะไร ?

สรุประบบการศึกษา 3-5-7 แบบเข้าใจง่าย

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวว่า ในช่วงเวลา 2 ปีที่ได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ก็ได้เร่งเดินทางปฏิรูปการศึกษาไปสู่ตัวผู้เรียนอย่าวต่อเนื่อง ทำให้ความคืบหน้าในรูปธรรมดีขึ้น อย่างไรก็ตามการปฏิรูปการศึกษาอาจจะต้องใช้เวลาเพราะต้องทำงานควบคู่กันทั้งทางด้านโครงสร้าง และผู้เรียนโดยตรง เพื่อเป็นการวางรากฐานที่แน่น ถือเป็นความท้าทายใหม่ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

โดยขณะนี้จึงได้มีการเร่งผลักดันนโยบาย 3-5-7 เพื่อเป็นการรองรับอนาคตของเด็กไทย และประชาชนคนไทยในศตวรรษที่ 21 ดังนี้

โครงการบูรณาการการศึกษาจังหวัดของโรงเรียนที่แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม :

โรงเรียนคุณภาพชุมชน, โรงเรียนมัธยมดีสี่มุมเมือง และโรงเรียน Stand Alone นอกจากนี้ยังรวมไปถึงนโยบายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) อีกด้วย

การศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่ของนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21 คืออะไร ?
การศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่ของนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21 คืออะไร ?

เร่งผลักดัน 5 นโยบายสำคัญ ดังนี้

  1. โค้ดดิ้ง ด้วยการวางรากฐานการปฏิรูปโดยตรงถึงเยาวชนและการพัฒนามนุษย์
  2. การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้วยการนำเทคโนโลยีรวมไปถึงนวัตกรรมต่าง ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน
  3. การอ่านเขียนเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อร่วมสมัย นโยบายนี้จะต้องมีการปรับวิธีการสอน และกระบวนการต่าง ๆ ให้ทันสมัยขึ้น
  4. อาชีวะเกษตรและประมง พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีเกษตรเพื่อถ่ายทอดความรู้สู่เยาวชนและชุมชน
  5. การศึกษาพิเศษ เพื่อเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาสให้ได้รับการเรียนรู้ตลอดชีวิตเท่าเทียมบุคคลธรรมดา

7 โครงการเพื่อสร้างนักเรียนคุณภาพ

  1. โครงการ Coding for All ที่นอกจากจะมุ่งเน้นการเรียนการสอนไปที่นักเรียนและครูแล้ว ยังกระจายความรู้ให้ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทุกอาชีพ และทุกวัย รวมไปถึงกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้น
  2. โครงการวิทยาศาสตร์พลังสิบ เป็นการขยายโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม หรือ STI ที่จะเน้นการปฏิบัติให้ใช้ในชีวิตประจำวันได้
  3. โครงการขับเคลื่อนโรงเรียนวิทยาศาสตร์ โดยการสนับสนุนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อขยายโอกาสให้กับเด็กที่มีความสามารถด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในระดับมัธยมศึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพให้เท่าเทียมกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของโลก
การศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่ของนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21 คืออะไร ?
การศึกษา 3-5-7 ก้าวใหม่ของนักเรียนไทยในศตวรรษที่ 21 คืออะไร ?
  1. โครงการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ที่จัดขึ้นโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการเกษตรที่พร้อมจะเป็นผู้ประกอบการ และเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน
  2. โครงการที่นำเอานวัตกรรมมาใช้กับการเกษตรและการประมง
  3. โครงการด้านการอ่าน เขียน และเรียนประวัติศาสตร์ผ่านการสื่อสารที่ทันสมัย โดยจัดทำ AR เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านธนบัตร และดิจิตอลรูปแบบอื่น ๆ ให้เด็กเข้าถึงได้ง่าย
  4. โครงการการศึกษาพิเศษ ที่ได้มีการจัดการเรียนการสอนสำหรับเด็กพิการ รวมไปถึงเด็กด้อยโอกาสผ่านการให้บริการในรูปแบบที่มีความหลากหลายขึ้น เพื่อให้เด็กมีคุณภาพ มีทักษาชีวิตที่ดี เพื่ออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อสรุปของระบบการศึกษาแบ 3-5-7 เพื่อให้เด็กในศตวรรษที่ 21 ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายที่เรานำมาฝากกัน ในอนาคตเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านโยบายดี ๆ เหล่านี้จะช่วยให้การศึกษาของเด็กไทย รวมไปถึงประชาชนในประเทศก้าวไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจาก : RYT9

สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา

สพฐ.เล็งกำหนดคุณภาพโรงเรียน ด้วยวิจัยธนาคารโลก FSQLs

นายเอกชัย กี่สุขพันธ์ ประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ได้กล่าว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ที่ประชุม กพฐ. นายดิลกะ ลิทธพิพัฒน์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านการพัฒนามนุษย์ของธนาคารโลก ได้มีการนำเสนอโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน โดยมีองค์ประกอบตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานในการจัดการศึกษาที่มีคุณภาพของโรงเรียน Fundamental School Quality Levels หรือ FSQLs ซึ่งประกอบไปด้วย

  1. ประสิทธิภาพการบริหารจัดการโรงเรียน
  2. อำนาจอิสระและธรรมาภิบาลของโรงเรียน
  3. โครงสร้างพื้นฐาน
  4. ความเสมอภาคทางการศึกษา
  5. คุณภาพและประสิทธิภาพการสอนครู
  6. ประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร
  7. การมีส่วนร่วมของชุมชน
สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา
สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา

โดยได้นำเอารูปแบบ FSQLs มาเป็นเครื่องมือในการประเมินการศึกษา เพื่อสำรวจดูว่าแต่ละโรงเรียนมีองค์ประกอบข้างต้นครบทั้ง 7 ประการหรือไม่ ซึ่งการสำรวจนี้ก็จะนำไปสู่การจัดสรรงบประมาณของโรงเรียนที่จะเป็นประโยชน์ต่อการควบรวมสถานศึกษาในอนาคต เนื่องจากที่ผ่านมาจัดสรรงบประมาณนั้นอาจะมีการจัดสรรตามความคิด และตามความจำเป็น แต่จากนี้เป็นต้นไปจะดึงเอา FSQLs มาใช้เพื่อเป็นเกณฑ์สำคัญแทน

ทั้งนี้ ในที่ประชุมยังได้มีการมอบหมายให้สำนักนวัตกรรมการศึกษาของ สพฐ. นำไปจัดทำรายละเอียดต่อไป เมื่อสำเร็จก็จะเริ่มทดลองนำร่องระบบดังกล่าวในโรงเรียนเขตพื้นที่นวัตกรรม

สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา
สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา

ด้าน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) นายอัมพร พินะสา ได้กล่าวว่า ตนเองได้เสนอกรอบแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียน เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการนำระบบ FSQLs มาใช้ในโรงเรียนของ สพฐ. โดยได้มีการจัดกลุ่มโรงเรียน ดังนี้

  • กลุ่มโรงเรียนเด็กด้อยโอกาสและพิการ
  • กลุ่มโรงเรียนปกติที่อยู่ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.)
  • สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.)

ในการดำเนินการในครั้งนี้เราต้องการเห็นโรงเรียนทุกแห่งมีคุณภาพเท่าเทียมกัน โดยจะให้โรงเรียนนำระบบ FSQLs มาประเมิน เพื่อสำรวจคุณภาพของผู้เรียน การจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อประกอบ จากนั้นก็จะให้โรงเรียนที่ได้มีการแบ่งกลุ่มได้พัฒนาในข้อบกพร่องของตัวเอง หากมีการประเมินด้วยรูปแบบนี้ทุกปีจะเชื่อมโยงกับการกันคุณภาพภายในและรองรับการประเมินคุณภาพภายนอกได้ด้วย

สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา
สพฐ. นำวิจัยธนาคารโลก FSQLs กำหนดคุณภาพประเมินสถานศึกษา

นอกจากนี้เลขาฯ สพฐ. ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ผมไม่อยากเห็นการเปรียบเทียบว่าโรงเรียนนี้ดีกว่าโรงเรียนนั้น แต่ต้องการทำให้โรงเรียนทุกแห่งมีคุณภาพเท่าเทียมกันตามบริบทของตัวเอง ดังนั้นการตรวจสุขภาพสถานศึกษาด้วยระบบ FSQLs นี้ จะทำให้เกิดการพัฒนาและค้นพบว่าโรงเรียนมีจุดเด่นจุดด้อยตรงไหนบ้าง รวมถึงการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กจะใช้ FSQLs เข้ามาดำเนินการ เพราะระบบนี้จะช่วยการบริหารงบและบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะไม่เป็นการลงทุนที่สูญเปล่า และมีคุณภาพการศึกษาตามต้องการ เนื่องจากประเทศมาเลเซียและเวียดนามที่นำระบบดังกล่าวมาใช้แล้วจนประสำเร็จด้านการศึกษา”

ขอบคุณข้อมูล : ไทยโพสต์

มาแปลก เปลี่ยนเงินพนันออนไลน์ เป็นทุนการศึกษา มหาวิทยาลัย

วิทยาลัยในฮาร์ตฟอร์ด ผลักดันเงินพนันเป็นทุนการศึกษา

หากพูดถึงการพนันแล้วไม่ว่าจะรูปแบบใดก็ตาม ในมิติทางสังคมทุกสังคมมีแต่ด้านลบทั้งนั้น อย่างที่ทราบกันดีว่าการพนันเป็นสาเหตุของปัญหาทางสังคมมากมายทั้งอาชญากรรม สุขภาพ ครอบครัว ฯลฯ อย่างไรก็ตามล่าสุดสำนักข่าว News8wtnh.com รายงานว่าที่เมืองฮาร์ตฟอร์ด รัฐคอนเนตทิคัต ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังมีการผลักดันให้เม็ดเงินในธุรกิจคาสิโน กลายมาเป็นทุนการศึกษาของเด็กนักเรียนในวิทยาลัย

ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เสนอให้ใช้การพนันออนไลน์เพื่อช่วยสนับสนุนค่าเล่าเรียนของวิทยาลัยชุมชน โดยนาย Gary Turco ผู้แทนแห่งรัฐกล่าวในงานแถลงข่าวว่า ” เราจำเป็นต้องตั้งโปรแกรมนี้เพื่อให้ดำเนินต่อไปและเป็นโครงการที่ให้เงินทุนเต็มจำนวนและพึ่งพาตนเองได้ในอีกหลายปีข้างหน้า”

โปรแกรม “PACT” ช่วยเหลือทุนค่าเล่าเรียนในวิทยาลัยชุมชน

ลิซซี่ ยอคอบ นักศึกษาจากวิทยาลัยชุมชนนอร์ธ วสเทิร์นคอนเนตทิคัต กล่าวว่า “ฉันเฝ้าดูผู้คนดิ้นรนเพื่อชำระหนี้ในวิทยาลัย และโปรแกรม PACT ทำให้ฉันมีโอกาสที่จะมีหนี้ลดลงมากเมื่อเทียบกับที่ฉันคาดการณ์ไว้ในตอนแรก

สำหรับ PACT ย่อมาจากคำว่า Pledge to Advance Connecticut คือสิ่งที่เรียกว่า “การระดมทุนด้วยดอลลาร์สุดท้าย” ช่วยครอบคลุมช่องว่างระหว่างการระดมทุนของรัฐหรือรัฐบาลกลางเช่น Pell Grants และค่าใช้จ่ายจริงในการเข้าเรียนในวิทยาลัยชุมชน โดยการเติมเต็มช่องว่างดังกล่าวนักเรียนไม่ต้องไปเป็นหนี้เพื่อให้ได้รับการศึกษา นักประชาธิปไตยชั้นนำในฮาร์ตฟอร์ดกล่าวว่า โปรแกรมนี้มีมูลค่า 3 ล้านเหรียญ

ด้านนาย มาร์ติน ลูนี่ ประธานวุฒิสภาแห่งรัฐอธิบายว่า “เราไม่มีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่สำคัญเหมือนกับรัฐที่อบอุ่นกว่าบางประเทศ หุ้นในการค้าของเราคือความฉลาด การศึกษาและทักษะของผู้คนของเรา”

พรรคเดโมแครตยังต้องการสร้างความมั่นใจในอนาคตของ PACT ด้วยการระดมทุนด้วยเงินจาก iLottery ที่เสนอ นั่นคือระบบเกมออนไลน์เพื่อขายลอตเตอรีและตั๋วคีโนที่อาจขยายไปสู่การพนันกีฬาออนไลน์ มีศักยภาพที่จะนำเงินหลายล้านให้กับรัฐ ในขณะเดียวกันนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนต่างก็หารายได้ทุกบาท

“เรามีคณาจารย์ที่ซื้อหนังสือเพิ่มเพราะรู้ว่ามีนักเรียนที่ไม่สามารถซื้อหนังสือได้” ดร. มอรีน ชาลเมอร์ส ประธานสภาคองเกรสแห่งวิทยาลัยชุมชนกล่าว

“ในวิทยาลัยการไม่มีความวิตกกังวลว่าจะหาเงินจ่ายค่าเรียนเมื่อสิ้นสุดภาคการศึกษาได้อย่างไร ก็ทำให้ฉันมีเวลาทุ่มเทให้กับการเรียนมากขึ้นและมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์สิ่งที่ฉันมี” คริสโตเฟอร์ โรซาริโอ นักศึกษาของ Housatonic Community College กล่าว

จะเห็นได้ว่าในต่างประเทศแม้ธุรกิจการพนันจะเป็นเรื่องถูกกฎหมายและสังคมยอมรับ แต่เมื่อมาเกี่ยวข้องกับการศึกษาจึงดูย้อนแย้งกันอย่างมากและไม่ใช่อะไรที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าเหมาะสม ถูกต้องแต่อย่างใด โดยเฉพาะหากคำนึงถึงปัญหาสังคมที่มีต้นตอมาจากธุรกิจพนันที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวรัฐบาลจริงจังแก้ไขปัญหาการติดพนันของประชาชน โครงการนี้จะมีคำตอบให้กับสังคมได้อย่างไร หากคนในชุมชนกลายเป็นเป้าโจมตีจากกระแสสังคม โดยเฉพาะคนในชุมชนเองที่อาจตกเป็นเหยื่อติดการพนัน มีการสมัครบาคาร่า โป๊กเกอร์ สล็อต ฯลฯ เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือแม้แต่นักศึกษาที่เห็นว่าการพนันเป็นเหมือนดังแม่พระมาโปรดช่วยให้พวกเขาได้เรียนหนังสืออาจทำให้รู้สึกว่าการพนันไม่มีอันตรายกับสังคมก็เป็นได้

ที่มา : wtnh.com

ใช้ระบบ AR นำชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก ไอเดียสุดไฮเทคจากกรมศิลป์

เมื่อวันเสาร์ ที่ 19 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา อธิบดีกรมศิลปากร นายประทีป เพ็งตะโก ได้มีการเปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางกรมศิลป์ได้มีการเปิดตัวผลงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมรดกศิลปวัฒนธรรม AR Smart Heritage กรมศิลปากร ที่วัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา

ซึ่งกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ได้มีการพัฒนาการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เพื่อเป็นการบริการข้อมูลความรู้ด้านมรดกและศิลปวัฒนธรรมสู่ประชาชนที่สนใจ ตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยในปัจจุบันก็ได้นำเอาเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาใช้ในการนำเสนอข้อมูลมรดกวัฒนธรรม เพื่อสร้างความน่าสนใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

ใช้ระบบ AR นำชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก
ใช้ระบบ AR นำชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก : www.dailynews.co.th

สำหรับ “AR Smart Heritage กรมศิลปากร” นี้ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ที่เที่ยวชมโบราณสถาน ให้ทุกคนสามารถเห็นรูปแบบสันนิษฐานที่ปรากฏซ้อนทับลงบนโบราณสถานจริง ผ่านเทคโนโลยี AR สุดก้าวหน้า ซึ่งเทคโนโลยีนี้ได้ผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้า โดยศาสตราจารย์เกียรติคุณ สันติ เล็กสุขุม เพื่อให้ผู้เข้าชมได้จินตนาการถึงความรุ่งเรือง ยิ่งใหญ่ และสง่างามของเมืองมรดกโลกที่มีโบราณสถานภายในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จำนวน 11 แห่ง รวมไปถึงวัดราชบูรณะ และอุทยานประวัติศาสตร์ที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก ซึ่งได้แก่

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จำนวน 10 แห่ง

อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จำนวน 9 แห่ง

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จำนวน 6 แห่ง

นอกจากนี้ นายประทีป เพ็งตะโก อธิบดีกรมศิลปากร ยังได้กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้กรมศิลปากรยังได้มีการพัฒนาระบบนำชมในส่วนของโบราณสถานที่เข้าถึงยากและไม่ได้เปิดให้เข้าชม เนื่องจากต้องการอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งโบราณสถานที่ว่านี้ถือว่าเป็น Unseen Heritage ด้วยระบบ Virtual Reality ผ่านกล้อง VR โดยโบราณสถานที่เปิดให้เข้าชมผ่านระบบดังกล่าวก็จะเปิดให้เข้าชมทั้งสิ้น 2 แห่งด้วยกัน ได้แก่ กรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และอุโมงค์วัดศรีชุม อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งการเปิดให้ชมผ่านกล้อง VR ก็จะทำให้นักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจสามารถรับรู้บรรยากาศทั้งภายนอกและภายในเสมือนได้เข้าชมจริง

ใช้ระบบ AR นำชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก
ใช้ระบบ AR นำชมอุทยานประวัติศาสตร์มรดกโลก : www.today.line.me

ซึ่งถือว่าเทคโนโลยีนี้เป็นก้าวสำคัญของกรมศิลปากร ในการเปิดให้บริการชมโบราณสถานรูปแบบใหม่ ผ่านเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย ทั้งยังเป็นการส่งเสริม เพิ่มมูลค่า และเพิ่มคุณค่าที่ดีให้กับแหล่งโบราณสถาน ทั้งยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิดนี้จะช่วยกระตุ้นให้ทุกคนเกิดความสนใจที่จะเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องมากขึ้น

ถือเป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีดี ๆ ที่ทางกรมศิลป์ได้มีการพัฒนาออกมา เพราะนอกจากประชาชนและนักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ และซึมซับบรรยากาศเสมือนจริงผ่านเทคโนโลยีกล้อง VR แล้ว ยังเป็นการช่วยอนุรักษ์โบราณสถาน และแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญเอาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมอีกด้วยค่ะ

ข้อมูลจาก : เดลินิวส์

สิรินธรเน ชื่อพระราชทานปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก ค้นโพบโดยจุฬาฯ

วันนี้เราจะนำเสนออีกหนึ่งความสามารถของคนไทย ที่สามารถค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลกได้สำเร็จกันค่ะ โดยรศ.ดร.วรณพ วิยกาญจน์ หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล ของคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการเปิดเผยว่า จากการที่ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยกลุ่มการวิจัยชีววิทยาแนวปะการัง ได้ร่วมกันกับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

โดยในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมานั้น ทางคณะฯ ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับความหลากหลายของปะการัง ความอุดมสมบูรณ์ของแนวปะการัง รวมไปถึงการฟื้นฟูทรัพยากรปะการัง ทั้งบริเวณฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน

จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก
จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก www.bangkokbiznews.com

จนกระทั่งล่าสุด ได้มีการค้นพบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลก 2 ชนิด โดยปะการังชนิดนี้อยู่ภายใต้สกุล “Chironephthya” จึงได้มีการนำเสนอเรื่องเพื่อกราบบังคลทูลสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงทราบ และขอทรงมีพระราชวินิจฉัยพระราชทานชื่อวิทยาศาสตร์

โดยหนึ่งในปะการังอ่อนชนิดใหม่นี้ที่ทางจุฬาฯ ได้ค้นพบนี้ ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ใช้ชื่อชนิดว่า “sirindhornae” (สิรินธรเน) ซึ่งเป็นชื่อตามพระนามขององค์ประธานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ แสำหรับปะการังอ่อนอีกชนิดหนึ่งได้ชื่อว่า “cornigera” (คอร์นิกีร่า) ถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ปะการังชนิดใหม่ของโลกถูกค้นพบในน่านน้ำไทย ทั้งยังได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสารวิจัยระดับนานาชาติ Zootaxa ในปี 2563 อีกด้วย

จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก
จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก www.bangkokbiznews.com

ซึ่งปะการังอ่อนชนิดใหม่ทั้งสองชนิดนี้จัดเป็นปะการังที่หาชมได้ยาก แต่สามารถพบได้ในบริเวณหมู่เกาะแสมสารและที่หมู่เกาะแถวพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยมีระดับความลึกอยู่ที่ประมาณ 8 – 19 เมตร ซึ่งปะการังจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 4 เซนติเมตร ปะการังอ่อนทั้งสองชนิดนี้ชอบอาศัยในบริเวณที่มีกระแสน้ำไหล

สำหรับการค้นพบในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้โครงการ การศึกษาวิจัยความหลากหลายของปะการังในน่านน้ำไทย ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และได้รับการสนับสนุนจากสำนักเลขาธิการคณะอนุกรรมาธิการสมุทรศาสตร์ระหว่างรัฐบาลภาคพื้นแปซิฟิกตะวันตกภายใต้ยูเนสโก (UNESCO-IOC/WESTPAC) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก
จุฬาฯ ค้นพบปะการังสายพันธุ์ใหม่ของโลก www.bangkokbiznews.com

ซึ่งแสดงให้เห็นเลยว่า การค้นพบปะการังอ่อนชนิดใหม่ของโลกในน่านน้ำไทยในครั้ง ได้เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าใต้ท้องทะเลของประเทศไทยยังคงมีความสมบูรณ์ สวยงาม และยังมีความหลากหลายของปะการังมากมาย ทั้งนี้ ทีมค้นพบยังเชื่ออีกว่าปะการังใต้ท้องทะเลไทยอีกหลาย ๆ ชนิด ก็ยังคงรอให้ทีมวิจัยได้ไปค้นพบและทำการศึกษาวิจัยอีกหลายสายพันธุ์แน่นอน

ขอบคุณข้อมูล : Sanook

เภสัชฯจุฬา ผุดไอเดีย ‘เปรย์ลดฝุ่น PM2.5’

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดงาน “ก้าวเล็ก… ฝันใหญ่ … Go Phar Together สู่การขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยแห่งการวิจัยและนวัตกรรม”  โดยมีคณาจารย์ นิสิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าในการจัดทำนวัตกรรมต่าง ๆ จากบริษัทซียูฟาร์มาซีเอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด หรือ CUPE ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับนวัตกรรมจากคณะเภสัชศาสตร์ ทั้งนี้ ยังมีนโยบายปรับเปลี่ยนงานวิจัยจากหิ้งสู่ห้าง ที่ได้มีการคิดค้นกันมานาน และได้เริ่มจัดทำสตาร์ทอัพหลายเรื่อง จุดมุ่งหวังเพื่อเป็นการผลักดันให้งานวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้จริง

เภสัชฯจุฬา ผุดไอเดีย ‘เปรย์ลดฝุ่น PM2.5’
เภสัชฯจุฬา ผุดไอเดีย ‘เปรย์ลดฝุ่น PM2.5’ www.matichon.co.th

โดยที่ผ่านมาหากทางมหาวิทยาลัยจะจัดทำงานวิจัยหรือสร้างนวัตกรรมก็จะต้องรองบประมาณจากภาครัฐ ทำให้ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นมาเกิดความล้าสมัย ดังนั้น จึงเกิดความคิดที่ว่าต้องการปรับเปลี่ยนผลงานใหม่ นวัตกรรมที่ทำออกมาจะต้องใช้ทันที ด้วยการนำเข้าตลาดทุนแบบไม่ต้องรอเงินสนับสนุนจากภาครัฐ แต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่ยังรับไม่ได้กับเรื่องนี้ ฉะนั้น หากใครพร้อมก็เดินไปด้วยกันจึงได้มีการจัดตั้งบริษัทแห่งนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นการสนับสนุนสตาร์ทอัพของจุฬาฯ และเพื่อเป็นการพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติหือสังคมไทยต่อไป เช่น การพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากใบพืชตระกูลยาสูบ ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผลิตโดย คนไทยเพื่อคนไทย

เภสัชฯจุฬา ผุดไอเดีย ‘เปรย์ลดฝุ่น PM2.5’
เภสัชฯจุฬา ผุดไอเดีย ‘เปรย์ลดฝุ่น PM2.5’ www.matichon.co.th

และล่าสุดยังได้มีการเปิดตัวไป คือ ผลิตภัณฑ์ “ไฟท์ฝุ่น สเปรย์” สเปรย์ลดฝุ่น PM2.5 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง CUPE กับภาคเอกชน โดยถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือกันระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนในการต่อยอดงานวิจัยให้สามารถใช้งานได้จริงในสังคมไทย ซึ่งอธิการบดีจุฬาฯ ยังได้กล่าวเสริมอีกว่า คณะเภสัชฯ ได้มีการปรับหลักสูตร เพื่อมีเป้าหมายให้คนที่เรียนจบเภสัชฯ สามารถทำหน้าที่ได้มากกว่าการจ่ายยาในร้านยาหรือโรงพยาบาลเท่านั้น และยังฝันต่อไปว่าหากคณะเภสัชฯ ทำได้ คณะอื่น ๆ ก็สามารถทำได้ วัตถุประสงค์เพื่อยกระดับงานวิจัยและนวัตกรรมต่าง ๆ ไปสู่ระดับโลก ไบโอเทคโนโ,ยีทางการแพทย์ จะกลายเป็นที่พึ่งพาของโลก แต่ที่มีความสำคัญมากที่สุด คือมหาวิทยาลัยจะต้องทำงานให้รวดเร็ว สนับสนุนคนดี และคนเก่งให้ได้ทำงานมากขึ้น

ทั้งนี้ การก่อตั้ง CUPE ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อหวังกำไรสูงสุด แต่มีบทบาทสนับสนุน บ่มเพาะงานวิจัย และนวัตกรรมของคณะเภสัชฯ ที่ตอบโจทย์ปัญหาของสังคมในช่วงนั้น ๆ ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรที่ได้นำความรู้จากงานวิจัยมาพัฒนาและแก้ไขปัญหาสังคมไทยได้ตรงจุด นอกจากนี้ CUPE ยังให้โอกาสในการสร้างงานแก่นิสิตที่จบการศึกษาจากคณะเภสัชฯ โดยการให้นิสิตได้เข้าปฏิบัติงานร่วมกันกับคณาจารย์ในคณะอีกด้วย

ข้อมูล : มติชน ออนไลน์